คาบสมุทรเกาหลีเป็นดินแดนที่มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์อย่างยาวนาน เริ่มแต่เป็นดินแดนของผู้คนหลากเผ่าพันธุ์ จนกระทั่งรวมตัวขึ้นเป็นอาณาจักรเล็กๆ ต่อมาถูกจีนยึด ครอง เมื่อได้เอกราชจากจีน คาบสมุทรเกาหลีประกอบด้วยสามอาณาจักรสำคัญ คือ
• อาณาจักรโกคูรยอ ทางภาคเหนือ
• อาณาจักรแพกเจ ชนเผ่าแพกเจซึ่งเป็นเผ่าย่อยของเผ่าพูยอที่อพยพลงใต้ และ
• อาณาจักรชิลลา อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรเกาหลี
• อาณาจักรแพกเจ ชนเผ่าแพกเจซึ่งเป็นเผ่าย่อยของเผ่าพูยอที่อพยพลงใต้ และ
• อาณาจักรชิลลา อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรเกาหลี
ก่อนจะรวมตัวกันเป็นอาณาจักรเดียว ปกครองด้วยราชวงศ์ 2 ราชวงศ์ จนถูกญี่ปุ่นยึดครองเป็นอาณานิคมจนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ตามมาด้วยสงครามเกาหลีที่ทำให้ต้องแบ่งเป็น 2 ประเทศในปัจจุบันคือเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้
เกาหลีใต้มีความพยายามที่จะรวมประเทศอย่างสันติตั้งแต่ พ.ศ. 2513 โดยเปิดการเจรจากับเกาหลีเหนืออย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการเจรจาระหว่างสภากาชาดฝ่ายใต้และเหนือ เพื่อให้ครอบครัวที่พลัดพรากระหว่างสงครามได้พบหน้ากัน มีการออกแถลงการณ์ระหว่างสองประเทศเมื่อ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2515 เพื่อยุติการกล่าวร้ายระหว่างกัน แต่การเจรจาเพื่อรวมประเทศไม่ราบรื่น ที่ประสบผลสำเร็จมีเพียงการอนุญาตให้ชาวเกาหลีทั้งสองประเทศข้ามเขตปลอดทหาร ไปมาหาสู่กันได้ในช่วง 20-23 กันยายน พ.ศ. 2528 และการเจรจาเกี่ยวกับกีฬาโอลิมปิก พ.ศ. 2531 ที่กรุงโซล เท่านั้น การเจรจาเรื่องอื่นๆหยุดชะงักลงหลังพ.ศ. 2529 เนื่องจากเกาหลีเหนือไม่พอใจเกี่ยวกับการซ้อมรบระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐ ซึ่งถือเป็นการขัดแย้งกับการรวมชาติ เกาหลีใต้พยายามประนีประนอมกับเกาหลีเหนือเพื่อการเจรจาจนมีการประชุมระดับ ผู้นำครั้งแรกเมื่อ 4 กันยายน พ.ศ. 2533 จากนั้นมีการประชุมต่อมาอีกหลายครั้ง อย่างไรก็ตามการรวมชาติเกาหลียังเป็นสิ่งที่ต้องรอคอยต่อไปจนกระทั่ง ปัจจุบัน
ภูมิศาสตร์เกาหลี
ประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีสภาพอากาศเย็นจัดและแห้งมากในหน้าหนาว ส่วนฤดูร้อนจะมีอากาศร้อนมากและชื้นมาก อากาศหนาวได้อิทธิพลจากลมตะวันออกที่พัดมาจากที่ราบไซบีเรียและมองโกเลีย ขณะที่หน้าร้อนได้รับอิทธิพลจากมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้มีความชื้นและลมอุ่น ฤดูกาลของเกาหลีแบ่งได้เป็น 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิตอนช่วงต้นเดือนเมษายน ไปสิ้นสุดประมาณเดือนพฤษภาคม แล้วเข้าสู่ฤดูร้อนในเดือนมิถุนายน ซึ่งช่วงระหว่างเดือนมิถุนายนจนถึงกลางเดือนกรกฏาคมจะเป็นช่วงฤดูร้อนที่ฝนตกชุก ก่อนจะไปสิ้นสุดฤดูร้อนในเดือนกันยายน หลังจากนี้จนถึงสิ้นเดือนตุลาคมจะเป็นฤดูใบไม้ร่วง แล้วจะเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูหนาวในเดือนพฤศจิกายน ระหว่างเดือนธันวาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์จะมีอากาศหนาวเย็นจัดแบบมีหิมะตกด้วย
สกุลเงินของเกาหลี
สกุลเงินที่ใช้จะเป็นเงิน “วอน” (Won) โดยค่าเงินวอนจะประมาณ 0.030 หรืออาจเทียบได้ว่า 1000 วอน จะใช้เงินไทยแลกประมาณ 31 บาท และเมื่อกลับมาประเทศไทยจะขายคืนเป็นเงินบาทได้คือ ใช้ 1000 วอน จะได้เงินไทย 23 บาท (ค่าเงินประมาณเดือน พศจิกายน 2554 ของสถาบันการเงินในประเทศ) จะสังเกตุว่าค่าเงินมีความแตกต่างพอสมควร ดังนั้นการแลกเงินควรใช้ให้หมด แต่หากไปแลกที่ร้านรับแลกตามสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงินทั่วไป ( ตัวอย่างเช่น Super Rich หรือ Siam Exchange ) ค่าเงินวอนจะประมาณ 0.028 หรืออาจเทียบได้ว่า 1000 วอน จะใช้เงินไทยแลกประมาณ 28 บาท และเมื่อกลับมาประเทศไทยจะขายคืนเป็นเงินบาทได้คือ ใช้ 1000 วอน จะได้เงินไทย 25 บาท
ชนิดของธนบัตรจะมีใบละ 10,000 วอน 5,000 วอน และ 1,000 วอน ในส่วนของเหรียญนั้น จะมี 500 วอน , 100 วอน, 50 วอน และ 10 วอนนอกจากนี้หากมีบัตรเครดิตท่านก็สามารถนำไปใช้ที่ประเทศเกาหลีได้โดยสะดวก
ที่เกาหลีมีธนาคาร “อูรี” (Woori Bank) ซึ่งมีสาขาค่อนข้างเยอะ เวลาเปิดบัญชีธนาคาร ไม่จำเป็นต้องมีเงินฝาก สามารถเปิดบัญชีเปล่าได้ และธนาคารจะทำบัตรเดบิตให้ฟรี ผูกกับบัตร ATM ได้เลย แต่สำหรับชาวต่างชาติที่ไม่มีบัตรต่างด้าวออกจะยุ่งยากเล็กน้อยเพราะต้องมีคนค้ำประกันให้ด้วย เวลาฝากเวลาถอนสามารถทำทุกอย่างได้ที่ตู้ ATM ระบบทัชสกรีน บัตร ATM ใช้เป็นเดบิตได้ด้วย ดังนั้นเอาไปยื่นซื้อสินค้าร้านไหนได้หมดอย่างสะดวกสบาย ยกเว้นการซื้อของตามร้านค้าข้างทางเท่านั้นที่จำเป็นต้องจ่ายเงินสด
นิสัยคนเกาหลี
เทศกาลดอกไม้บาน
เมื่อเกาหลีย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิประมาณเดือนมีนาคม ดอกไม้หลากชนิดจะออกดอกกันในตอนนี้ ดอกเรปซีดจะออกดอกไปทั่วบริเวณ นอกจากนั้นยังมีดอกซากุระ ดอกอาเซลเลีย ดอกฟอร์ซีเทีย และดอกแมคโนเลียที่กลิ่นหอม ภูเขาและสวนของเกาหลีจะเต็มไปด้วยสีสันต่างๆ น่าดู จะมีการจัดเทศกาลดอกไม้บานหลากหลายพื้นที่
ฤดูร้อน
เทศกาลโคลน “โพเรียง” (Boryong Mud festival)
ถึงช่วงฤดูร้อนจะมีเทศกาลโคลน “โพเรียง” เผยแพร่งานแสดงบนหาดแทจอน อันอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่โพเรียง จังหวัดชุงชองนัม-โด ภูมิภาคที่เต็มไปด้วยความแปลกตาของชายฝั่ง สิ่งที่ดึงดูดให้มีผู้มาเยือนตลอดปีที่นี่คือหาดแทจอนนั่นเอง ซึ่งประกาศความเป็นหาดรูปจันทร์เสี้ยวที่ยาวที่สุดในฝั่งทะเลตะวันตก หาดมูจางโป ที่มีชื่อเสียงว่าเป็น “ปาฏิหารย์แห่งโมเสส” อีกแห่งนอกจากที่เกาะชินโด และหมู่เกาะ 78 เกาะ โคลนบริเวณนี้อุดมด้วยธาตุเจอร์มาเนียมและองค์ประกอบอื่นๆซึ่งมีประสิทธิภาพ ในการบำบัดผิวให้กระชับสดใสขึ้นและกำจัดสิ่งอุดตันตามรูขุมขน โคลนซึ่งเป็นชื่อของเทศกาลนี้มีอยู่เต็มบริเวณชายหาดต่างๆที่สะอาดตามชายฝั่งโพเรียง แป้งโคลนที่สะกัดได้นั้นผ่านขั้นตอนอันพิถีพิถันจนมีประสิทธิผลในการรักษาผิวพรรณ
ฤดูใบไม้ร่วง
เทศกาลระบำหน้ากากนานาชาติอันดอง (Andong International Mask Dance festival)
ชาวหมู่บ้านฮาโฮได้ดำเนินชีวิตแบบดั้งเดิมในบ้านที่สร้างตามแบบศตวรรษที่ 18 และ 19 พวกเขายังคงรักษาระบำหน้ากากฮาโฮ อันเป็นการแสดงพื้นบ้านที่ยังคงดำรงอยู่มาหลายร้อยปี การแสดงระบำหน้ากากฮาโฮถูกยกให้เป็นสมบัติของชาติลำดับที่ 121 หน้ากากแบบโบราณของเกาหลีทั้งหมดที่ใช้ในการแสดงละครหน้ากากนั้นทำจากกระดาษ แต่ของฮาโฮนั้นทำจากไม้ เทศกาลระบำหน้ากากนานาชาติอันดองจัดขึ้นริมแม่น้ำในหมู่บ้าน มีการแสดงระบำหน้ากากฮาโฮเป็นจุดเด่นรวมถึงระบำหน้ากากของเกาหลีและของต่างประเทศและละครฮาโฮ เบียวซินกุต ทัลลอรี (Hahoe Byeolsingut Tallori) หรือละครรำหน้ากากนักบวชซึ่งได้มีการเล่นมากว่า 500 ปีในหมู่บ้านฮาโฮ ซึ่งสวดขอพรเทวดาผู้พิทักษ์ให้มีสุขภาพดีและสันติสุขในชุมชน เพิ่มเติมสีสันด้วยคำถากถางอันเผ็ดร้อนต่อบรรดาชนชั้นสูงที่ทุจริตและพระที่กระทำผิดหรือพระที่ฟุ่มเฟือย
ฤดูหนาว
เทศกาลตกปลาน้ำแข็ง (Icefish festival)
เทศกาลนี้มีปีละ 1 ครั้ง ตลอดกลางเดือนมกราคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมีสภาพอากาศหนาวจัด จนน้ำในแม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง สามารถจับปลาตัวเป็นๆ ทั้งเล็กและใหญ่ด้วยสองมือ หรือเช่าอุปกรณ์ตกปลา สามารถที่จะเจาะน้ำแข็งเพื่อจับปลาบิงออตัวเป็น ๆ ด้วยอุปกรณ์ตกปลาที่มีเหยื่อหนอนตัวเล็ก ๆ เป็นตัวล่อ รับประทานปลาสด ๆ แบบซาซิมิ หรือย่างปลาสด หรือทอดปลาสด และเดินเล่นบนลานน้ำแข็ง
วัฒนธรรมการแต่งตัว
ชุดฮันบก
ชุดแต่งกายตามประเพณีของชาวเกาหลีคือ ฮันบก (Hanbok) ปัจจุบันชาวเกาหลีจะแต่งกายแบบสมัยนิยม แต่หากเป็นงานพิธี ก็จะนิยมแต่งกายโดยชุดประจำชาติ ซึ่งชุดประจำชาติของเกาหลี เรียกว่า “ฮันบก” หากแปลตามตัวอักษรแล้ว “ฮัน” หมายถึงชาวเกาหลี “บก” หมายถึงเสื้อผ้า หรือชุด รวมแล้วหมายถึง ชุดของชาวเกาหลีนั่นเอง ชุดฮันบกมีหลายลักษณะ ซึ่งจะออกแบบตามฤดูกาล เช่น ชุดฮันบกฤดูร้อนกับหนาว ความหนาของเนื้อผ้าและชุดจะแตกต่างกัน ชุดที่ใช้แต่งกายในฤดูหนาวนั้นใช้ผ้าที่ทอจากฝ้ายและกางเกงยาวที่มีสายรัดที่ข้อเท้าซึ่งช่วยในการเก็บความร้อนของร่างกาย ในขณะที่ช่วงฤดูร้อนจะใช้ผ้าป่านลงแป้งแข็งหรือผ้ารามีซึ่งช่วยในการซึมซับและ การแผ่ซ่านของความร้อนในร่างกายให้มากที่สุด ฮันบกเป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติเกาหลีมาเป็นเวลาพัน ๆ ปีมาแล้ว ความงามและความอ่อนช้อยของวัฒนธรรมเกาหลีจะถูกถ่ายทอดออกมาผ่านทาง ภาพถ่ายของสุภาพสตรีในเครื่องแต่งกายฮันบกนี้ ก่อนที่วัฒนธรรมการแต่งกายแบบตะวันตกจะได้เข้ามาในเกาหลีเมื่อร้อยปีมาแล้วนั้น หญิงชาวเกาหลีจะสวมชุดฮันบกเป็นปกติทุกวัน ส่วนสุภาพบุรุษจะสวมชอโกรี (เสื้อนอกแบบเกาหลี) และพาจิ (กางเกงขายาว) ในขณะที่สุภาพสตรีสวมชอกอรีและชีมา (กระโปรง) ในปัจจุบันชุดประจำชาติฮันบก จะใช้สวมเฉพาะในโอกาสพิเศษต่าง ๆ เช่น งานมงคลสมรส วันซอลลัล (วันขึ้นปีใหม่ตามจันทรคติ) หรือวันชูซก (วันขอบคุณพระเจ้า)
ชุดฮันบกของผู้สูงอายุกับวัยรุ่นหรือเด็ก ๆ ก็มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เช่น ฮันบกของผู้อาวุโส จะเป็นสีพื้นหรือสีทึบ ๆ แต่ของวัยรุ่น จะมีลักษณะหลากสีสัน ชุดฮันบกสามารถบ่งบอกได้ว่าผู้หญิงที่สวมใส่นั้นแต่งงานหรือยัง หากมีลักษณะหลากสีสัน และมีแถบสีที่แขนหลาย ๆ แถบ แสดงให้เห็นว่าผู้นั้นยังไม่แต่งงาน และนิยมถักเปียยาวอีกด้วย หากเป็นชุดฮันบกสีขาว หมายถึง ชุดไว้ทุกข์ ดังนั้นโดยทั่วไปแล้ว ชาวเกาหลีจะไมใส่ชุดฮันบกสีขาว ในปัจจุบันผู้ที่สวมใส่ชุดฮันบกมักจะเป็นผู้ที่แต่งงานแล้ว และเป็นผู้ใหญ่เป็นส่วนใหญ่
วัฒนธรรมการกิน
ประเทศเกาหลี เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง หากเดินทางไปถึงแล้ว อย่าลืมปรับนาฬิกา เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย กับหัวหน้าทัวร์ / ไกด์ หรือเดินทางขึ้นเครื่องกลับด้วยนะจ๊ะ เพื่อไม่ให้พลาดในสิ่งสำคัญต่างๆ ระหว่างการเดินทาง
สถานที่ท่องเที่ยว
1.พระราชวังคยองบก
พระราชวังแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการปกครองในสมัยราชวงศ์โชซอน ในเขตพระราชวัง ประกอบไปด้วยพระที่นั่งต่าง ๆ มากมาย เช่น ห้องประทับของกษัตริย์และพระราชินี ห้องทรงพระอักษร ท้องพระโรง สวนกลางแจ้ง นอกจากนี้ยังมีพระตำหนักเคียวฮเวรู ที่มีลักษณะเป็นอาคารสองชั้น พระตำหนักถูกสร้างให้ยื่นออกไปกลางสระน้ำ เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดงานเลี้ยงพระราชทานนสมัยนั้น
2.หมู่บ้านบุกชอนฮันอ๊ก
หมู่บ้านบุกชอนฮันอ๊กแห่งนี้ ตั้งอยู่ระหว่างพระราชวังเคียงบ๊อคกุง ( Gyeongbokgung Palace) และพระราชวังชางด๊อกกุง (Changdeokgung Palace) ในอดีตเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ๆ เพราะเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าบรรดาขุนนางระดับสูง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์โชซอน ซึ่งคนพื้นถิ่นจะเรียกหมู่บ้านแห่งนี้แบบง่าย ๆ สั้น ๆ ว่า "หมู่บ้านบุกชอน" ซึ่งในภาษาเกาหลีจะหมายถึงหมู่บ้านทางเหนือนั่นเอง
3.มยองดง
ถ้าบ้านเรามีสยามสแควร์ เป็นแหล่งช้อปปิ้งของเหล่าวัยทีนทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสำอางและอื่น ๆ ที่กรุงโซลก็มีย่าน มยองดง หรือเมียงดง เป็นแหล่งช้อปปิ้งเช่นเดียวกัน เพราะที่นี้ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของสินค้าแบรนด์เนมมากมายหลากหลายยี่ห้อ และถ้าเดิน ๆ ช้อปปิ้งจนเริ่มรู้สึกหิวข้าวขึ้นมาแล้วล่ะก็ ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะที่ก็เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยร้านอาหารชั้นเลิศมากมายเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่า "ช้อป", "ชิม", "เที่ยว" มีอยู่ที่นี่ครบ!
4.เกาะนามิ
เกาะนามิ ตั้งอยู่ที่เมืองชุนช็อน จังหวัดคังว็อน ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันออก 63 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเกาหลีใต้ เกาะนามีมีรูปร่างเหมือนใบไม้ลอยน้ำ เป็นเกาะกลางแม่น้ำฮัน ซึ่งเกิดจากการสร้างเขื่อนช็องพย็อง
5.โซลทาวเวอร์
ตั้งอยู่บนภูเขานัมซาน เป็นจุดท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นไฮไลท์สำคัญของกรุงโซล เพราะเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นวิวทั่วทั้งกรุงโซล มีความสูงจากฐานหอคอยประมาณ 236.7 เมตร และมีความสูง 479 เมตรจากพื้นดิน คนที่มาเที่ยวที่นี่ส่วนมากจะเป็นคู่รัก ทั้งชาวเกาหลีและนักท่องเที่ยวต่างชาติ คู่รักส่วนมากจะเตรียมกุญแจมาคล้องตรงรั้วข้างบนโซลทาวเวอร์ เพราะมีความเชื่อว่าคู่รักที่ได้มาคล้องกุญแจที่นี่จะรักกันยาวนานตลอดไป
นิสัยคนเกาหลี
พื้นฐานเดิมเกาหลีเคยตกเป็นอาณานิคมของ ญี่ปุ่น 35 ปีและก่อนหน้านั้นก็เคยตกอยู่ใต้การปกครองของจีน มองโกเลีย ทำให้ชาวเกาหลีตระหนักถึงความยากลำบากต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดลักษณะนิสัยอย่างหนึ่งคือ ความขยันหมั่นเพียร เพื่อที่จะเอาชนะความยากลำบากเหล่านั้น และด้วยลักษณะนิสัยดังกล่าวนี้เอง เป็นส่วนทำให้ประเทศเกาหลีกลายเป็นประเทศพัฒนาเช่นปัจจุบันชาวเกาหลีจะมี นิสัยพูดเสียงดัง เนื่องจากว่าการพูดเสียงดังแสดงถึงพลังและอำนาจ และความเข้มแข็ง ดังนั้น ขณะสนทนากับชาวเกาหลี แม้ว่าจะอยู่ใกล้กันก็ตามแต่เขาจะพูดเสียงดังทีเดียว ทำให้ชาวต่างชาติรู้สึกเหมือนตะคอก หรือตะโกน แต่หากถามชาวเกาหลีแล้ว การพูดเสียงดังเช่นนั้นเป็นเรื่องปกติ
ชาวเกาหลีจะเอาใจใส่ กับงานที่ตนเองทำหรือรับผิดชอบ จะเอาจริงเอาจังกับนั้นมากทีเดียวชาวเกาหลีมักจะคิดเร็ว ทำเร็ว จนมีคำกล่าวว่า ทุกอย่างต้องเร็วหมด เนื่องจากสภาพที่เคยตกเป็นเมืองขึ้นทำให้เขากระทำทุกอย่างด้วยความเร็ว จะสังเกตได้ง่าย เช่น การทำงาน มีความรู้สึกว่าเขาทำงานด้วยความเร็วสูง หรือการเดินในที่สาธารณะ เพราะความเร็วนี้เอง เมื่อเดินในที่สาธารณะจะปะทะกับผู้อื่นตลอดเวลา สร้างความไม่พอใจให้กับชาวต่างชาติ แต่สำหรับชาวเกาหลีแล้ว การเดินปะทะกันเช่นนั้นไม่ใช่สิ่งแปลก ปัจจุบันนี้สภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจมีมาก ก็ยิ่งสร้างความเร็วให้กับชาวเกาหลีมากยิ่งขึ้นเมื่อไปรับประทานอาหารร่มกัน หลาย ๆ คน คนเกาหลีจะไม่แยกกันจ่ายหรือเฉลี่ยกัน โดยทั่วไปแล้ว คนที่ชวนคนอื่นจะเป็นผู้จ่าย และมักจะเลี้ยงอาหารดี ๆ เพื่อให้ประทับใจ
สามารถสรุปนิสัยด้านดีของชาวเกาหลีได้ดังนี้ คือ บากบั่น ขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ มั่นคง เคารพบรรพบุรุษ เป็นคนช่างคิด รักในการเรียน มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่ มีความกตัญญู ความเป็นชาตินิยมสูง
ข้อเสียของชาวเกาหลี คือ ยึดตัวเองเป็นหลักมากเกินไป แบ่งพรรคแบ่งพวก การเอาชนะผู้อื่น ขาดเหตุผล มองโลกในแง่ร้าย มักไม่ไว้ใจคนอื่น มีข้ออ้างหรือข้อแก้ตัวตลอดเวลา
การทักทาย
การทักทาย
การทักทายของชาวเกาหลีจะใช้การโค้งคำนับ ซึ่งจะโค้งมากน้อยขึ้นอยู่กับความอาวุโสของผู้ที่รับการคำนับ
ภาษา
ภาษาที่ใช้เป็นภาษาเกาหลี หรือ ฮันกึล และโดยส่วนมากคนเกาหลีพูดภาษาจีนได้ หากใครที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้สบายใจได้หายห่วงในส่วนภาษาอังกฤษใช้ได้ตามสถานที่ท่องเที่ยว และส่วนมากป้ายแนะนำสถานที่ต่างๆก็จะมีภาษาอังกฤษเขียนบอกเอาไว้ด้วย บางสถาที่มีป้ายภาษาไทยนะด้วยจะบอกให้
ภาษา
ภาษาที่ใช้เป็นภาษาเกาหลี หรือ ฮันกึล และโดยส่วนมากคนเกาหลีพูดภาษาจีนได้ หากใครที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้สบายใจได้หายห่วงในส่วนภาษาอังกฤษใช้ได้ตามสถานที่ท่องเที่ยว และส่วนมากป้ายแนะนำสถานที่ต่างๆก็จะมีภาษาอังกฤษเขียนบอกเอาไว้ด้วย บางสถาที่มีป้ายภาษาไทยนะด้วยจะบอกให้
เทศกาลและวัฒนธรรมเกาหลี
ฤดูใบไม้ผลิเทศกาลดอกไม้บาน
เมื่อเกาหลีย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิประมาณเดือนมีนาคม ดอกไม้หลากชนิดจะออกดอกกันในตอนนี้ ดอกเรปซีดจะออกดอกไปทั่วบริเวณ นอกจากนั้นยังมีดอกซากุระ ดอกอาเซลเลีย ดอกฟอร์ซีเทีย และดอกแมคโนเลียที่กลิ่นหอม ภูเขาและสวนของเกาหลีจะเต็มไปด้วยสีสันต่างๆ น่าดู จะมีการจัดเทศกาลดอกไม้บานหลากหลายพื้นที่
ฤดูร้อน
เทศกาลโคลน “โพเรียง” (Boryong Mud festival)
ถึงช่วงฤดูร้อนจะมีเทศกาลโคลน “โพเรียง” เผยแพร่งานแสดงบนหาดแทจอน อันอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่โพเรียง จังหวัดชุงชองนัม-โด ภูมิภาคที่เต็มไปด้วยความแปลกตาของชายฝั่ง สิ่งที่ดึงดูดให้มีผู้มาเยือนตลอดปีที่นี่คือหาดแทจอนนั่นเอง ซึ่งประกาศความเป็นหาดรูปจันทร์เสี้ยวที่ยาวที่สุดในฝั่งทะเลตะวันตก หาดมูจางโป ที่มีชื่อเสียงว่าเป็น “ปาฏิหารย์แห่งโมเสส” อีกแห่งนอกจากที่เกาะชินโด และหมู่เกาะ 78 เกาะ โคลนบริเวณนี้อุดมด้วยธาตุเจอร์มาเนียมและองค์ประกอบอื่นๆซึ่งมีประสิทธิภาพ ในการบำบัดผิวให้กระชับสดใสขึ้นและกำจัดสิ่งอุดตันตามรูขุมขน โคลนซึ่งเป็นชื่อของเทศกาลนี้มีอยู่เต็มบริเวณชายหาดต่างๆที่สะอาดตามชายฝั่งโพเรียง แป้งโคลนที่สะกัดได้นั้นผ่านขั้นตอนอันพิถีพิถันจนมีประสิทธิผลในการรักษาผิวพรรณ
ฤดูใบไม้ร่วง
เทศกาลระบำหน้ากากนานาชาติอันดอง (Andong International Mask Dance festival)
ชาวหมู่บ้านฮาโฮได้ดำเนินชีวิตแบบดั้งเดิมในบ้านที่สร้างตามแบบศตวรรษที่ 18 และ 19 พวกเขายังคงรักษาระบำหน้ากากฮาโฮ อันเป็นการแสดงพื้นบ้านที่ยังคงดำรงอยู่มาหลายร้อยปี การแสดงระบำหน้ากากฮาโฮถูกยกให้เป็นสมบัติของชาติลำดับที่ 121 หน้ากากแบบโบราณของเกาหลีทั้งหมดที่ใช้ในการแสดงละครหน้ากากนั้นทำจากกระดาษ แต่ของฮาโฮนั้นทำจากไม้ เทศกาลระบำหน้ากากนานาชาติอันดองจัดขึ้นริมแม่น้ำในหมู่บ้าน มีการแสดงระบำหน้ากากฮาโฮเป็นจุดเด่นรวมถึงระบำหน้ากากของเกาหลีและของต่างประเทศและละครฮาโฮ เบียวซินกุต ทัลลอรี (Hahoe Byeolsingut Tallori) หรือละครรำหน้ากากนักบวชซึ่งได้มีการเล่นมากว่า 500 ปีในหมู่บ้านฮาโฮ ซึ่งสวดขอพรเทวดาผู้พิทักษ์ให้มีสุขภาพดีและสันติสุขในชุมชน เพิ่มเติมสีสันด้วยคำถากถางอันเผ็ดร้อนต่อบรรดาชนชั้นสูงที่ทุจริตและพระที่กระทำผิดหรือพระที่ฟุ่มเฟือย
ฤดูหนาว
เทศกาลตกปลาน้ำแข็ง (Icefish festival)
เทศกาลนี้มีปีละ 1 ครั้ง ตลอดกลางเดือนมกราคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมีสภาพอากาศหนาวจัด จนน้ำในแม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง สามารถจับปลาตัวเป็นๆ ทั้งเล็กและใหญ่ด้วยสองมือ หรือเช่าอุปกรณ์ตกปลา สามารถที่จะเจาะน้ำแข็งเพื่อจับปลาบิงออตัวเป็น ๆ ด้วยอุปกรณ์ตกปลาที่มีเหยื่อหนอนตัวเล็ก ๆ เป็นตัวล่อ รับประทานปลาสด ๆ แบบซาซิมิ หรือย่างปลาสด หรือทอดปลาสด และเดินเล่นบนลานน้ำแข็ง
วัฒนธรรมการแต่งตัว
ชุดฮันบก
ชุดแต่งกายตามประเพณีของชาวเกาหลีคือ ฮันบก (Hanbok) ปัจจุบันชาวเกาหลีจะแต่งกายแบบสมัยนิยม แต่หากเป็นงานพิธี ก็จะนิยมแต่งกายโดยชุดประจำชาติ ซึ่งชุดประจำชาติของเกาหลี เรียกว่า “ฮันบก” หากแปลตามตัวอักษรแล้ว “ฮัน” หมายถึงชาวเกาหลี “บก” หมายถึงเสื้อผ้า หรือชุด รวมแล้วหมายถึง ชุดของชาวเกาหลีนั่นเอง ชุดฮันบกมีหลายลักษณะ ซึ่งจะออกแบบตามฤดูกาล เช่น ชุดฮันบกฤดูร้อนกับหนาว ความหนาของเนื้อผ้าและชุดจะแตกต่างกัน ชุดที่ใช้แต่งกายในฤดูหนาวนั้นใช้ผ้าที่ทอจากฝ้ายและกางเกงยาวที่มีสายรัดที่ข้อเท้าซึ่งช่วยในการเก็บความร้อนของร่างกาย ในขณะที่ช่วงฤดูร้อนจะใช้ผ้าป่านลงแป้งแข็งหรือผ้ารามีซึ่งช่วยในการซึมซับและ การแผ่ซ่านของความร้อนในร่างกายให้มากที่สุด ฮันบกเป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติเกาหลีมาเป็นเวลาพัน ๆ ปีมาแล้ว ความงามและความอ่อนช้อยของวัฒนธรรมเกาหลีจะถูกถ่ายทอดออกมาผ่านทาง ภาพถ่ายของสุภาพสตรีในเครื่องแต่งกายฮันบกนี้ ก่อนที่วัฒนธรรมการแต่งกายแบบตะวันตกจะได้เข้ามาในเกาหลีเมื่อร้อยปีมาแล้วนั้น หญิงชาวเกาหลีจะสวมชุดฮันบกเป็นปกติทุกวัน ส่วนสุภาพบุรุษจะสวมชอโกรี (เสื้อนอกแบบเกาหลี) และพาจิ (กางเกงขายาว) ในขณะที่สุภาพสตรีสวมชอกอรีและชีมา (กระโปรง) ในปัจจุบันชุดประจำชาติฮันบก จะใช้สวมเฉพาะในโอกาสพิเศษต่าง ๆ เช่น งานมงคลสมรส วันซอลลัล (วันขึ้นปีใหม่ตามจันทรคติ) หรือวันชูซก (วันขอบคุณพระเจ้า)
ชุดฮันบกของผู้สูงอายุกับวัยรุ่นหรือเด็ก ๆ ก็มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เช่น ฮันบกของผู้อาวุโส จะเป็นสีพื้นหรือสีทึบ ๆ แต่ของวัยรุ่น จะมีลักษณะหลากสีสัน ชุดฮันบกสามารถบ่งบอกได้ว่าผู้หญิงที่สวมใส่นั้นแต่งงานหรือยัง หากมีลักษณะหลากสีสัน และมีแถบสีที่แขนหลาย ๆ แถบ แสดงให้เห็นว่าผู้นั้นยังไม่แต่งงาน และนิยมถักเปียยาวอีกด้วย หากเป็นชุดฮันบกสีขาว หมายถึง ชุดไว้ทุกข์ ดังนั้นโดยทั่วไปแล้ว ชาวเกาหลีจะไมใส่ชุดฮันบกสีขาว ในปัจจุบันผู้ที่สวมใส่ชุดฮันบกมักจะเป็นผู้ที่แต่งงานแล้ว และเป็นผู้ใหญ่เป็นส่วนใหญ่
วัฒนธรรมการกิน
เราอาจจะคุ้นเคยกับ กิมจิ ว่าเป็นอาหารเกาหลี แต่จริงๆ แล้ว คนเกาหลีส่วนใหญ่ ชอบบริโภคข้าวเป็นอาหารหลักเช่นเดียวกับคนไทย โดยมีกิมจิเป็นส่วนประกอบ คนเกาหลีจะทานข้าวพร้อมกับกับข้าวที่เป็นผักตามฤดูกาล ซุป สตูว์ และเนื้อ รสชาติของอาหารเกาหลีนั้น จะมีความเผ็ดน้อยกว่าของไทย ทำให้ชาวไทยคิดว่าชาวเกาหลีรับประทานอาหารรสไม่จัด อาหารเกาหลีจะมีอาหารประเภทผักมากกว่าเนื้อ เพราะชาวเกาหลีจะปลูกฝังให้ลูกหลานรับประทานผักมากกว่าเนื้อ อย่างไรก็ตาม หากจะรับประทานในแบบดั้งเดิมของเกาหลีแท้ๆ จะต้องมี “กิมจิ” ในมืื้ออาหารด้วย กิมจิ เป็นพวกผักดอง โดยใส่เครื่องปรุงรสลงไป ซึ่งกิมจิถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเกาหลีเลยทีเดียว ยกเว้นวัยรุ่นชาวเกาหลีที่จะนิยมทานฟาสต์ฟู้ดตามแบบวัฒนธรรมตะวันตก
หากบ้านไหนหรือร้านไหนทำกิมจิอร่อย ถือว่าบ้านนั้นทำกับข้าวได้อร่อยด้วย อาหารเกาหลีในแต่ละภูมิภาคนั้น จะมีรสชาติที่แตกต่างกัน จังหวัดชอลลาโด ได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่อาหารอร่อยที่สุด อาหารที่ขึ้นชื่อได้แก่ พิบิมบับ ( ข้าวยำ ) คงนามูลกุกบับ ( ข้าวต้มถั่วงอก ) นอกจากนี้ยังมีอาหารชุด ซึ่งมีกับข้าวมากกว่า 20 ชนิด ( ฮันจองชิก )
อาหารท้องถิ่นของเกาหลีมีมากมายนอกเหนือจากนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศของแต่ละพื้นที่ และในบางโอกาสสำคัญๆ ชาวเกาหลีจะนำข้าวมาทำเป็นเค้ก เรียกว่า Tteok ซึ่งทำมาจากแป้งข้าวเจ้า ผสมด้วยสมุนไพร และถั่ว
ปัจจุบันผู้บริโภคยุคใหม่นิยมใช้เต้าเจี้ยวเกาหลี หรือ doenjang มาประกอบอาหารมากขึ้น ซึ่ง doenjang มีสรรพคุณในการป้องกันโรคมะเร็งได้
ชาวเกาหลีไม่นิยมนั่งรับประทานอาหารที่ โต๊ะ แต่จะนั่งบนพื้นและมีโต๊ะสำหรับวางอาหาร ( พับซัง ) มีถ้วยซุปซึ่งวางทางด้านขวาของข้าวและมีช้อนกับตะเกียบวางอยู่ ชาวเกาหลีใช้ตะเกียบในการรับประทานอาหารซึ่งเป็นตะเกียบเหล็ก บนโต๊ะกับข้าว อาจมีหม้อแกงใหญ่วางอยู่ ซึ่งทุกคนใช้ตะเกียบหรือช้อนของตนเองตักอาหาร ไม่ใช้ช้อนกลาง แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์และปรองดองกันได้เป็นอย่างดี
มารยาทอย่างหนึ่งของการรับประทานอาหารคือ คนที่อาวุโสที่สุด ณ ที่นั้น จะเป็นผู้ที่จับช้อน ตะเกียบตักอาหารก่อน หลังจากนั้น ผู้น้อยจึงจะสามารถรับประทานอาหารได้ และเราจะต้องรับประทานอาหารที่ตักมาให้หมด หากรับประทานไม่หมดถือว่าอาหารนั้นไม่อร่อย
เวลาประเทศเกาหลี เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง หากเดินทางไปถึงแล้ว อย่าลืมปรับนาฬิกา เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย กับหัวหน้าทัวร์ / ไกด์ หรือเดินทางขึ้นเครื่องกลับด้วยนะจ๊ะ เพื่อไม่ให้พลาดในสิ่งสำคัญต่างๆ ระหว่างการเดินทาง
สถานที่ท่องเที่ยว
1.พระราชวังคยองบก
พระราชวังแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการปกครองในสมัยราชวงศ์โชซอน ในเขตพระราชวัง ประกอบไปด้วยพระที่นั่งต่าง ๆ มากมาย เช่น ห้องประทับของกษัตริย์และพระราชินี ห้องทรงพระอักษร ท้องพระโรง สวนกลางแจ้ง นอกจากนี้ยังมีพระตำหนักเคียวฮเวรู ที่มีลักษณะเป็นอาคารสองชั้น พระตำหนักถูกสร้างให้ยื่นออกไปกลางสระน้ำ เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดงานเลี้ยงพระราชทานนสมัยนั้น
2.หมู่บ้านบุกชอนฮันอ๊ก
หมู่บ้านบุกชอนฮันอ๊กแห่งนี้ ตั้งอยู่ระหว่างพระราชวังเคียงบ๊อคกุง ( Gyeongbokgung Palace) และพระราชวังชางด๊อกกุง (Changdeokgung Palace) ในอดีตเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ๆ เพราะเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าบรรดาขุนนางระดับสูง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์โชซอน ซึ่งคนพื้นถิ่นจะเรียกหมู่บ้านแห่งนี้แบบง่าย ๆ สั้น ๆ ว่า "หมู่บ้านบุกชอน" ซึ่งในภาษาเกาหลีจะหมายถึงหมู่บ้านทางเหนือนั่นเอง
3.มยองดง
4.เกาะนามิ
เกาะนามิ ตั้งอยู่ที่เมืองชุนช็อน จังหวัดคังว็อน ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันออก 63 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเกาหลีใต้ เกาะนามีมีรูปร่างเหมือนใบไม้ลอยน้ำ เป็นเกาะกลางแม่น้ำฮัน ซึ่งเกิดจากการสร้างเขื่อนช็องพย็อง
5.โซลทาวเวอร์
ตั้งอยู่บนภูเขานัมซาน เป็นจุดท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นไฮไลท์สำคัญของกรุงโซล เพราะเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นวิวทั่วทั้งกรุงโซล มีความสูงจากฐานหอคอยประมาณ 236.7 เมตร และมีความสูง 479 เมตรจากพื้นดิน คนที่มาเที่ยวที่นี่ส่วนมากจะเป็นคู่รัก ทั้งชาวเกาหลีและนักท่องเที่ยวต่างชาติ คู่รักส่วนมากจะเตรียมกุญแจมาคล้องตรงรั้วข้างบนโซลทาวเวอร์ เพราะมีความเชื่อว่าคู่รักที่ได้มาคล้องกุญแจที่นี่จะรักกันยาวนานตลอดไป
เรื่องเงินทอง
บัตรเครดิต ใช้ที่เกาหลี
สามรถใช้ได้ตามโรงแรมภัตตาคารร้านอาหารใหญ่ๆ และห้างสรรพสินค้าในเมืองสำคัญๆ ยกเว้นในส่วนของตลาดพื้นเมือง ในกรณีที่ต้องการซื้อสินค้า ท่านควรจะอนุมัติวงเงินจากบัตรเครดิตธนาคารต้นสังกัด เพื่อความสะดวกในการใช้จ่าย สำคัญคือ ควรเตรียมเงิน วอน หรือ เงินดอลล่าร์สหรัฐ ไปด้วยจะสะดวกในการซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ตามร้านขายของทั่วไปจะดีกว่า เพราะสินค้าพื้นเมืองบางอย่างนั้น ร้านพื้นเมืองจะมีราคาถูกกว่าร้านใหญ่ที่รับบัตรเครดิต
สามรถใช้ได้ตามโรงแรมภัตตาคารร้านอาหารใหญ่ๆ และห้างสรรพสินค้าในเมืองสำคัญๆ ยกเว้นในส่วนของตลาดพื้นเมือง ในกรณีที่ต้องการซื้อสินค้า ท่านควรจะอนุมัติวงเงินจากบัตรเครดิตธนาคารต้นสังกัด เพื่อความสะดวกในการใช้จ่าย สำคัญคือ ควรเตรียมเงิน วอน หรือ เงินดอลล่าร์สหรัฐ ไปด้วยจะสะดวกในการซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ตามร้านขายของทั่วไปจะดีกว่า เพราะสินค้าพื้นเมืองบางอย่างนั้น ร้านพื้นเมืองจะมีราคาถูกกว่าร้านใหญ่ที่รับบัตรเครดิต
เครื่องบริการ ATM ที่เกาหลี
นักท่องเที่ยวที่มีบัตรเครดิต ซึ่งได้รับการยอมรับกันทั่วโลก สามารถถอนเงินสดจากบัญชีของท่าน หรือเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าจากเครื่องบริการเงินด่วน (ATM) ที่ตั้งอยู่ตามโรงแรมใหญ่ ห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน และสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต้องมีการดูแลและระวังในความปลอดภัยของตนเองด้วย หากไม่จำเป็นจริงๆ เตรียมเงินสดไปให้พร้อมจะดีกว่า หรือหากต้องการแลกเงิน สามารถติดต่อแลกที่หัวหน้าทัวร์หรือไกด์ท้องถิ่นได้เลยจ้า
นักท่องเที่ยวที่มีบัตรเครดิต ซึ่งได้รับการยอมรับกันทั่วโลก สามารถถอนเงินสดจากบัญชีของท่าน หรือเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าจากเครื่องบริการเงินด่วน (ATM) ที่ตั้งอยู่ตามโรงแรมใหญ่ ห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน และสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต้องมีการดูแลและระวังในความปลอดภัยของตนเองด้วย หากไม่จำเป็นจริงๆ เตรียมเงินสดไปให้พร้อมจะดีกว่า หรือหากต้องการแลกเงิน สามารถติดต่อแลกที่หัวหน้าทัวร์หรือไกด์ท้องถิ่นได้เลยจ้า
ของมีค่า สู่เกาหลี
ของมีค่าไม่ควรนำติดตัวไปด้วย เพราะอาจมีการสูญหายหรือถูกขโมย ควรระมัดระวัง แต่หากนำติดตัวไปด้วยระหว่างการเดินทางควรเอาไว้กับตัวเองตลอด ห้ามวางไว้บนรถหรือวางไว้ตามโต๊ะอาหารเพราะอาจเกิดการสูญหายได
การติดต่อสื่อสารของมีค่าไม่ควรนำติดตัวไปด้วย เพราะอาจมีการสูญหายหรือถูกขโมย ควรระมัดระวัง แต่หากนำติดตัวไปด้วยระหว่างการเดินทางควรเอาไว้กับตัวเองตลอด ห้ามวางไว้บนรถหรือวางไว้ตามโต๊ะอาหารเพราะอาจเกิดการสูญหายได
โทรศัพท์ภายในเกาหลี
เกาหลีการโทรศัพท์ภายในพื้นที่โทรในเขตพื้นที่หรือเมืองเดียวกัน ก็เพียงแค่กดหมายเลข แต่หากต้องการโทรไปต่างพื้นที่หรือต่างเมืองให้กดรหัสของเขตก่อนแล้วตามด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องการติดต่อ เช่น หากต้องการโทรไปที่แทกู (หมายเลยโทรศัพท์ 123-4567) ให้กด 053-123-4567 สะดวกอย่างมากมาย
เกาหลีการโทรศัพท์ภายในพื้นที่โทรในเขตพื้นที่หรือเมืองเดียวกัน ก็เพียงแค่กดหมายเลข แต่หากต้องการโทรไปต่างพื้นที่หรือต่างเมืองให้กดรหัสของเขตก่อนแล้วตามด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องการติดต่อ เช่น หากต้องการโทรไปที่แทกู (หมายเลยโทรศัพท์ 123-4567) ให้กด 053-123-4567 สะดวกอย่างมากมาย
รหัสโทรศัพท์ภายในเกาหลี
รหัสโทรศัพท์เขตพื้นที่ต่างๆในเกาหลี ดังนี้ – โซล 02 – อินชอน 032 – แทจอน 053 – พูซาน 051 – แทกู 053 – อุลซาน 052 – ควางจู 062 – เคียงกีโด 031 – คังวอนโด 033 – ชุงชองนัมโด 041 – ชุนชองบุกโด 043 – เคียงซางบุกโด 054 – เคียงซางนัมโด 055 – ชลลานัมโด 061 – ชลลาบุกโด 063 – เชจูโด 064
รหัสโทรศัพท์เขตพื้นที่ต่างๆในเกาหลี ดังนี้ – โซล 02 – อินชอน 032 – แทจอน 053 – พูซาน 051 – แทกู 053 – อุลซาน 052 – ควางจู 062 – เคียงกีโด 031 – คังวอนโด 033 – ชุงชองนัมโด 041 – ชุนชองบุกโด 043 – เคียงซางบุกโด 054 – เคียงซางนัมโด 055 – ชลลานัมโด 061 – ชลลาบุกโด 063 – เชจูโด 064
โทรศัพท์ต่างประเทศ จากเกาหลีสู่ประเทศอื่นๆ
จากเกาหลีสามารถใช้โทรศัพท์ทางไกลอัตโนมัติผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อโทรสายตรงออกจากประเทศเกาหลี ให้กดรหัสโทรออกต่างประเทศ 001, 002 หรือ 008 ก่อนตามด้วยรหัสประเทศ, รหัสพื้นที่ และหมายเลยโทรศัพท์ปลายทาง เช่น 001-662-9334180 (กรุงเทพฯ)
จากเกาหลีสามารถใช้โทรศัพท์ทางไกลอัตโนมัติผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อโทรสายตรงออกจากประเทศเกาหลี ให้กดรหัสโทรออกต่างประเทศ 001, 002 หรือ 008 ก่อนตามด้วยรหัสประเทศ, รหัสพื้นที่ และหมายเลยโทรศัพท์ปลายทาง เช่น 001-662-9334180 (กรุงเทพฯ)
การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในเกาหลี
สามารถขอรายละเอียดการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่ละระบบการสื่อสารได้ ที่เจ้าหน้าที่ผู้ให้ บริการแต่ละเครือข่าย ณ สนามบินสุวรรณภูมิหรือตามชอปของเครื่องข่ายนั้นๆ ซึ่งอาจจะต้องเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ก่อนนำไปใช้งานที่ประเทศเกาหลี โดยต้องเตรียมพาสปอร์ตและตั๋วเครื่องบินตัวจริงประกอบการขอใช้บริการ
สามารถขอรายละเอียดการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่ละระบบการสื่อสารได้ ที่เจ้าหน้าที่ผู้ให้ บริการแต่ละเครือข่าย ณ สนามบินสุวรรณภูมิหรือตามชอปของเครื่องข่ายนั้นๆ ซึ่งอาจจะต้องเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ก่อนนำไปใช้งานที่ประเทศเกาหลี โดยต้องเตรียมพาสปอร์ตและตั๋วเครื่องบินตัวจริงประกอบการขอใช้บริการ













Las Vegas Hotel and Casino - Mapyro
ตอบลบFind the best value on 계룡 출장안마 Las Vegas 포항 출장샵 Hotel and Casino - Mapyro - Las Vegas Hotel 보령 출장마사지 and Casino Mapyro. Find 태백 출장마사지 your way 광주 출장안마 around the casino, find where everything is located with